May 17, 2007

Amon Tobin-Foley Room (Ninja Tunes, 2007)

ผู้เขียนรู้จัก Amon Tobin นักทำเพลงชาวบราซิลเป็นครั้งแรก ในฐานะที่เค้าเป็นผู้ทำ Interactive Soundtrack ให้กับเกมดังอย่าง Splinter Cell 3: Chaos Theory ในปี 2005 เพียงแค่ได้ฟัง ผู้เขียนก็รับรู้ได้ว่าศิลปินคนนี้แตกต่าง เพราะรูปแบบของ Composition ไม่ได้อยู่ในทฤษฏีดนตรีที่ผู้เขียนศึกษามาตลอดเลย แต่เป็นลักษณะของ “เสียง” ที่น่าฟัง จึงได้ติดตามอ่านรายละเอียดในการทำงานชุดนั้น นอกจากการว่าจ้างวงดนตรีมาช่วยเล่นแล้ว เสียงส่วนใหญ่จะเกิดจากการแซมเปิ้ลมาจากแผ่นเสียง Vinyl หลาย ๆ แผ่น แล้วนำมาผสมผสานเป็นเสียงใหม่จนน่าฟัง ซึ่งเป็นรูปแบบหลักในการทำงานของเค้า จนได้รับการยกย่องอย่างสูง พอมาถึงงานล่าสุด Foley Room เค้าคงจะเบื่อกับการคัดเสียงจากแผ่น Vinyl อย่างเคย เลยออกตามหาความท้าทายใหม่พร้อมกับลูกทีมของเค้า โดยออกเดินทางไปทุกแห่งหน ไม่ว่าจะในเมืองหรือตามป่าเขาลำเนาไพร พร้อมกับเครื่องบันทึกเทปของ Nagra เพื่ออัดเสียงเสือ สิงค์ (แต่ไม่มีกระทิงและแรด) แมลง รถไฟ เครื่องจักร ฯลฯ อะไรก็ได้ที่พวกเค้าเห็นและคิดว่าเสียงนั้นแตกต่าง

ด้วยไมค์คุณภาพสูงจาก Earthwork Audio พวกเค้าจึงสามารถเก็บเสียงได้ตั้งแต่เสียงเบาที่สุดอย่างมดเดินบนกระดาษ ไปจนถึงเสียงดังมาก ๆ อย่างเสียงการทำงานของเครื่องจักรในโรงงานบรรจุขวด นอกจากเสียงทั่ว ๆ ไปที่คน (ส่วนใหญ่) เรียกว่า Noise แล้ว ยังมีเสียงที่เกิดจากความตั้งใจของมนุษย์อย่างเสียงการเล่นดนตรีของวง Kronos Quartet เสียงจากนักออกแบบเสียงอย่าง Patrick Watson มือเซลโล่อย่าง Norsola Johnson ขาแร๊พอย่าง Sage Francis ตัวเครื่องเล่นเทป Nagra นั้น ยังใช้ทำเอฟเฟกต์อย่าง Flanger และ Pitch-Shifting ได้โดยไม่มีเสียงแปลกปลอมแบบดิจิตอล (สมัยก่อน)

จากนั้นก็อิมพอร์ทเสียงทั้งหมดเข้า Cubase แล้วผสมเทคนิคอย่าง Convolution ระหว่างเสียงต่อเสียงเข้าด้วยกันเพื่อสร้างเสียงใหม่ (Cross-Synthesis) นำมามิกซ์รวมกับเสียงจากแผ่น Vinyl ที่เค้าถนัดและโปรเซสผ่าน Analog Outboard Gears อย่าง Compressor, EQ ผลลัพธ์สุดท้ายออกมาเป็นงานเพลงที่มีเสียงน่าฟังมาก ๆ และมีความเป็นดนตรีไม่ได้ฟังเป็นเสียงหนวกหูแต่อย่างใดครับ หากท่านผู้อ่านไม่เชื่อ ลองสัมผัสงานเพลงได้จากเว็บของเค้า http://www.amontobin.com/field/ ด้วยเว็บไซต์ที่สวยงามกับเพลงและเสียงที่น่าฟัง คุ้มค่าต่อการใช้เวลาในโลกอินเตอร์เว็บเป็นอย่างยิ่ง ลืมบอกไปว่าภายในอัลบั้มยังมี DVD Documentary อธิบายขั้นตอนการทำงานของอัลบั้มนี้ด้วย ถ้าไม่นับคุณค่าในการเก็บสะสม ก็จะได้ความสำราญและความรู้จากการชมมากมายเลยจริง ๆ

ตีพิมพ์ใน The Absolute Sound & Stage ฉบับ May 2007

No comments: